ทนายความ ทนาย สำนักงานทนายความ ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ ว่าจ้างทนายความ

ฉ้อโกง

ฉ้อโกง

ความผิดฐานฉ้อโกง มีองค์ประกอบคือ มีเจตนาหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริง เพื่อให้ได้ทรัพย์สิน  ดังนั้น การหลอกลวง ต้องเป็นความเท็จในเรื่องปัจจุบัน ว่าในเรื่องดังกล่าวมันไม่มีอยู่จริง ไม่ใช่เป็นเรื่องไม่แน่นอนในอนาคต แต่ปัจจุบัน มักมีคดีฉ้อโกงฟ้องร้องกันในศาลจำนวนมาก บ้างก็ฟ้องเพื่อบีบให้ชำระเงิน เนื่องจากเป็นคดีอาญาจะได้ผลกว่าฟ้องเป็นคดีแพ่ง คำว่า โกง ทางอาญา หมายจึงเจตนาฉ้อโกงเพื่อให้ได้ทรัพย์สินต่างๆ โดยใช้อุบายหลอกลวง ใช้เอกสารสัญญา อุบาย พูดจาหว่านล้อมให้หลงเชื่อ  ซึ่งจะแตกต่างกับ ผิดสัญญาทางแพ่ง กล่าวคือ เจตนาแรก คู่สัญญาไม่มีเจตนาจะโกงกัน เพียงภายหลังไม่ปฎิบัติตามสัญญา ผิดนัด จ่ายไม่ครบ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งต้องพิเคราะห์ดูจาก "เจตนาขณะทำสัญญา" หากมีเจตนาไม่ปฎิบัติตามสัญญาตั้งแต่แรก ทำสัญญาแบบส่งๆให้ตายใจ เช่นนี้เป็น ฉ้อโกง ต้อง ดูการกระทำของบุคคลนั้นเป็นเครื่องชี้เจตนา ในแต่ละคดีย่อมมีข้อเท็จจริงแตกต่างกันออกไป

คดีฉ้อโกง เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ผู้เสียหาย มีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เสียไป เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา หรือ กรณีเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเอง ก็ขอให้ชดใช้ทรัพย์สินหรือราคา หรือจะฟ้องให้รับผิดทางแพ่ง โดยใช้อายุความคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่งอายุความถือตามฐานความผิดอาญา หรือให้รีบฟ้องภายใน 1 ปี หากฟ้องเป็นคดีละเมิด

หากถูกฟ้องคดีฉ้อโกง หากเราผิดและเป็นหนี้จริงก็ควรขอชำระหนี้ ไกล่เกลี่ย เพื่อยุติข้อพิพาทกัน เพราะเป็นความผิดที่ยอมความได้  หากที่ฟ้องเรามาเป็นความเท็จ หรือ เกินจริง หรือมีข้อต่อสู้ ก็ให้ติดต่อทนายความเพื่อขอคำแนะนำต่อไป

การฟ้องคดีฉ้อโกง ต้องฟ้องภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่เรารู้เรื่องกระทำความผิด และรู้ตัวผู้ที่กระทำความผิด หากไม่ฟ้องหรือแจ้งความภายใน 3 เดือน คดีขาดอายุความ

องค์ประกอบความผิดฐาน ฉ้อโกง

ป.อ. ม.341,ป.วิ.อ. ม.195 สองม.225

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2560 แม้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามฟ้องว่า จำเลยได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากโจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 แต่เหตุที่โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 มอบเงินสดให้แก่จำเลย เนื่องจากโจทก์ร่วมที่ 1 เป็นฝ่ายติดต่อขอให้จำเลยช่วยเหลือ และจำเลยแจ้งว่าในการเสนอโครงการติดตั้งป้ายโฆษณาจะต้องมีค่าใช้จ่าย การที่โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 จ่ายเงินให้แก่จำเลย จึงมิใช่เป็นผลโดยตรงจากการที่จำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 ด้วยการยืนยันข้อเท็จจริงใดอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 ว่า จำเลยทำงานเป็นคณะกรรมาธิการอยู่ที่อาคารรัฐสภา และสามารถติดต่อช่วยเหลือให้โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 ได้รับงานการทำป้ายโฆษณา การกระทำของจำเลยไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 22

 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา

Visitors: 113,873
รับว่าความ ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาคดีความ